hacker2000
Hop to: 

Today
Author
Message
Date

CCBOYCC
Topic :   สมัครใหม่นะงับ หวาดดีคับ

เพิ่งเริ่มแต่อยากศึกษา

สนใจมากมายนะคับ


10/26/2009 00:34 AM


hopbit
Re :   ยินดีต้อนรับสู่ hacker2000

เซียนท่านใดทราบช่วยอธิบายด้วย  คือ ผมสามารถ หา IP กับ User ได้แล้ว แต่ pwdump ไม่ได้ ท่านใดมีวิธีช่วยบอกที  พึ่งหัด hack นะ ครับ



10/21/2009 09:28 AM


hopbit
Re :   adhim

สวัสดีครับ สมัครเป็นสมาชิกใหม่ครับ  รายงานตัว


10/18/2009 08:49 AM


mireu
Topic :   Free ware

ช่วยแนะนำ FreeWare ที่ใช้แทน MSoffice ให้หน่อยครับ

Anti Virus Spyware ด้วยนะครับ 


ขอเป็นFreeWare นะครับ

ถ้าได้ Link download จะดีมาก ๆครับ




ขอบคุณล่วงหน้าตนีล


06/26/2009 01:39 AM


mireu
Topic :   แนะนำหนึ่งเล่มครับ

windows 2003 R2 เล่มสีส้มครับ  สุดยอด


06/26/2009 00:23 AM


mireu
Re :   adhim

 สวัสดีครับ สมัครเป็นสมาชิกใหม่ครับ  รายงานตัว


06/26/2009 00:16 AM


adhim
Topic :   การเข้าถึงระบบ

การเข้าถึงระบบ
(Gaining Access)
BF (Brute Force)
ในที่นี้ผมจะกล่าวถึงว่า การที่จะเจาะไปในเครื่องอื่นๆนั้นเราจะต้องมีการเตรียมตัวอย่างไร เช่น เครื่องมือต่างๆ และก็ ข้อมูลต่างๆที่ได้มาจากบทความก่อนหน้านี้ เพราะถ้า สิ่งแวดล้อมต่างๆไม่เอื้ออำนวยแช่นเรื่องการเปิด share ในไดร์ฟต่างๆหรือ port 139,445 ต่างๆ (ก็คือการป้องกันที่ดี) จะทำให้การเจาะนั้นยากยิ่งขึ้น และ user Admin ก็ต้องมีการตั้ง password ที่ซับซ้อน ในหัวเรื่องนี้ผมจะเน้นวิธีการดึงเอา password ของ Admin ในเครื่องเหยื่อ
ข้อหลักๆในการ HACK
- *- ใช้ระบบใดอยู่ Window อะไร หรือ Linux , Unix เพื่อที่คุณจะได้หาเครื่องมือ (โปรแกรม) ที่เหมาะสมกับระบบ เพราะถ้าเครื่องมือมันต่างระบบกัน มานก็ใช้มะได้นะ
- *- Port ที่เปิดใช้ ก็สามารถบอกได้เหมือนกันว่าเป็นระบบไหน แต่บางเครื่องที่ผู้ดูแลฉลาด มักจะเปิด port หลอกๆ ก็มี หรือบางทีคุณอาจเจอเครื่องเป้าหมายนั้นได้เปิด port โทรจันหรือโปรแกรม remote (ถ้าคุณรู้ว่า port ที่เปิดนั้น ใช้โปรแกรมไหน) คุณอาจใช้โปรแกรมนั้น เชื่อมต่อได้เลย
- *- ชื่อผู้ใช้ในเครื่อง เราจะต้องสนแต่ชื่อ Admin เท่านั้นและเครื่องเหยื่อนั้น ก็ต้อง login เป็น admin อยู่ด้วย เวลา hack เข้าไปเพราะถ้าเป็นชื่อ user แบบอื่นๆ เข้าไปได้ ก็ไม่มีสิทธิ์อะไรในการจัดการเครื่องอยู่ดีครับ และ เวลาจะ hack คุณก็ต้องล็อกอินในเครื่องคุณด้วย user admin ด้วยครับ
- *- ไฟล์ password ที่คุณทำขึ้นเอง หรือหาเอาจากในแผ่น ของผมก็ได้ และผมได้ให้โปรแกรมสร้างไฟล์ password มาพร้อมกับแผ่นด้วย ไฟล์ password นั้นสำคัญมากที่สุดในการ hack คุณต้องใส่ใจเรื่องนี้พอสมควรเพราะมันจะเป็นกุญแจที่จะเข้าไปในเครื่องเป้าหมาย
________________________________________
Password Dump
PwDump เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งซึ่งแสบไม่ใช่เล่นๆ คิกๆ โปรแกรมนี้ใช้สำหรับดัมพ์เอารหัสผ่านจาก Registry ของเครื่องเหยื่อออกมาเป็นไฟล์ text แล้วจากนั้นก็เอามา crack password ด้วยโปรแกรม LC4 , LC5 , John The Ripper , Cracker Jack ตามถนัด ซึ่งตอนนี้ pwdump เท่าที่ทราบมี 3 เวอร์ชั่น และเวอร์ชั่นแรก เจ้งกระบ้งไปแร้ว เหอๆ เพราะใช้อะไรไม่ค่อยได้ มาเริ่มละเลงกันดีกว่า พร่ามไปเยอะไม่ดี
pwdump2 (หากันเอาเองนะ ตามร้านกูเกิ้ล)
เวอร์ชั่นนี้ จำเป็นมากๆที่ต้องส่งไปรันที่เครื่องเหยื่อ คือ ต้องไปนั่งอยู่หน้าเครื่องเหยื่อได้ หรือ remote,ขโมยหน้าต่างดอส ที่เครื่องเหยื่อมาสำเร็จก่อนและคุณต้องแน่ใจว่าคุณได้ส่งไฟล์นี้ไปที่เครื่องเหยื่อเรียบร้อยแล้ว วิธีการใช้งานก็พิมพ์ที่ดอสครับ อย่างแรกเลยให้ copy ไฟล์ pwdump2.exe และ samdump.dll ไปเก็บที่เครื่องเหยื่อให้ได้เสียก่อน จากตัวอย่างผมได้ copy 2 ไฟล์นี้ไว้ที่ C:\> เฉยๆนะ
กรณีนี้คือ เมื่อเปิดดอสมาแล้วจากรูปด้านล่าง(หรือได้ขโมยหน้าต่างดอสจากเครื่องเหยื่อได้มาแล้ว) มันดันไปอยู่ที่โฟล์เดอร์อื่นๆ ให้คุณพิมพ์ cd\ มันจะย้ายมาที่ C:\> ทันทีแล้วเรียกโปรแกรม แต่ถ้าเปิดมาแล้วอยู่ที่ C:\> คุณก็พิมพ์ pwdump2 ได้เลย
C:\Hack>
C:\Hack>cd\
C:\>
C:\>pwdump2
จากนั้นโปรแกรมก็จะ ทำการ dump password เครื่องนั้น และผลลัพธ์ ก็จะเห็นประมาณนี้
Microsoft Windows 2000 [Version 5.00.2195]
(C) Copyright 1985-2000 Microsoft Corp.
C:\>pwdump2
Administrator:500:1c6de50fc9b54e412f46dea65daa01b4b0:9ca21572a7544491fe0cae2fcdcc4
2a4:::
Guest:501:aad3b8435b51404eeaafd3b435b51404ee:31d6cfe0d16ae931b73c59d7e0c089c0:::
sophia:1003:aafd3b435b51404efeaad3b435b51404ee:31d6cfe0d16a4e931b73c59d7e0c089c0:::
__vmware_user__:1001:aadf3b435b51404eefaad3b435b51404ee:64c0f1869d05f2df7fbaa64af1
526af4:::
C:\>
ตรงผลลัพธ์ที่ได้คือ
Administrator:500:1c6de50fc9b54e412f46dea65daa01b4b0:9ca21572a7544491fe0cae2fcdcc4
2a4:::
Guest:501:aad3b8435b51404eeaafd3b435b51404ee:31d6cfe0d16ae931b73c59d7e0c089c0:::
sophia:1003:aafd3b435b51404efeaad3b435b51404ee:31d6cfe0d16a4e931b73c59d7e0c089c0:::
__vmware_user__:1001:aadf3b435b51404eefaad3b435b51404ee:64c0f1869d05f2df7fbaa64af1
526af4:::
ให้คุณเซฟเป็นไฟล์ .txt หรือไฟล์ text นั่นเอง จากนั้นก็เอามา crack password ด้วยโปรแกรม LC4,LC5,John The Ripper,Cracker Jack ตามถนัด คิกๆ
pwdump3 หรือ pwdump3e
และก่อนที่จะใช้โปรแกรม PwDump3 คุณจะต้องสร้าง connection ไปที่เครื่อง 203.209.120.190 แบบ anonymous หรือ null session โดยการพิมพ์ net use \\203.209.120.190\IPC$ ""u"" แล้วกด Enter
การที่จะทำวิธีนี้ได้ เครื่องเหยื่อต้องเปิด port 139,445 ก่อนหรือเปิด share $IPC นั่นเองครับ
 
ส่วนเวอร์ชั่นนี้ คุณสามารถที่จะรันโปรแกรมจากระยะไกลไ้ครับ แต่ข่าวร้ายของ hacker คิกๆ คุณต้องจำเป็นต้องมีสิทธิ์เทียบเท่า Admin ในเครื่องเหยื่อ ว้าแย่จัง ตรงนี้ถ้าว่าวกันซื่อๆ คือ remote,ขโมยหน้าต่างดอส ที่เครื่องเหยื่อมาสำเร็จก่อน เหอๆ ไม่งั้นแห้วครับท่าน ส่วนการใช้โปรแกรม เหมือนเดิม copy ไปไว้ที่ไหนก็ได้ในเครื่องคุณ หรือไปไว้ที่ C:\> แล้วทำแบบนี้
C:\>pwdump3 192.0.0.1แล้วกดEnter
ตรง 192.0.0.1 ต้องเป็น IP ของเครื่องหยื่อน๊า ไม่ใช่ของเครื่องคุณเอง แล้วผลลัพธ์ก็จะเหมือนโปรแกรม pwdump2 และก็ทำเหมือนๆกัน
________________________________________
การ HACK แบบใช้ดอส
ก่อนจะใช้คำสั่งนี้ คุณต้องรู้ชื่อ Admin จากเครื่องเหยื่อให้ไ้ก่อนจากโปรแกรม Pwdump ไม่งั้น คุณอาจยิง password กันทั้งชาติ คิกๆ หลังจากนั้นให้คุณสร้างโฟล์เดอร์ ซึ่งจากตัวอย่าง ผมได้สร้าง Folder ชื่อ Hack ที่ dirve C: และใน Folder ชื่อ Hack ให้คุณเก็บไฟล์ password ต่างๆเอาไว้หรืออาจเป็นไฟล์อื่นๆ ที่ใช้ในการ hacking ด้วยก็ได้ ควรที่จะทำเป็น Folder ที่พิมพ์ง่ายๆ และเร็ว เพื่อที่จะเรียกใช้งานได้สะดวก
จากนั้นคุณก็หาไฟล์ password หรือจะสร้างขึ้นเองก็ได้จากโปรแกรมที่ผมได้ให้ไป เอามาใส่ไว้ที่ C:\Hack> หรือที่ Folder Hack (คุณอาจสร้างขึ้นมาเป็นชื่ออื่นก็ได้) เพราะเวลาใช้คุณจะต้องมีการอ้างที่อยู่ไฟล์ที่ถูกต้องนั่นเอง และยิ่งคุณมีไฟล์ password ที่หลากหลายเท่าไหร่ ความสำเร็จก็มีมากขึ้นครับ แต่ถ้าเครื่องคุณอาจยังคงมีการเชื่อมต่อแบบ anonymous หรือ null session ให้คุณยกเลิกคำสั่งการเชื่อมต่อไปก่อนด้วยคำสั่งด้านล่างนี้ แล้วค่อยลงมือ Brute Force ในแบบฉบับดอส
*** ( วิธีการยกเลิกการเชื่อมต่อ พิมพ์ในดอสว่า net use * /d /y ) ***
C:\Hack>for /F “tokens=1*” %i in ( pass.txt ) do net use \\ 203.114.234.5 \ IPC$ % i /u: Admin
จากคำสั่งด้านบนนี้ เป็นการใช้คำสั่ง for เป็นตัววนลูบร่วมกับ net use เพื่อที่จะหา password ในเครื่อง 203.114.234.5 ถ้าอธิบายอย่างละเอียดคือ คำสั่งข้างต้นนี้ จะส่งไฟล์ pass.txt โดยแยกเอา string ในแต่ละบรรทัดในไฟล์ pass.txt ซึ่งเป็นคำต่างๆ(รหัสผ่านจากรูปด้านล่าง) จากนั้นก็ได้แทนค่าลงไปที่ %i จากนั้นคำสั่ง net use จะพยายาม connect (เชื่อมต่อ) ไปที่ share ที่ชื่อ IPC$ในเครื่อง 203.114.234.5 คือ port 139 นั่นเอง แล้วจะส่งค่ารหัสผ่าน ชื่อผู้ใช้ Admin และรหัสผ่าน %i ที่อยู่ในไฟล์ pass.txt
pass.txt เป็นไฟล์ password ที่สำหรับเก็บคำต่างๆ เอาไว้เพื่อเดา password ของ Admin ในเครื่องเป้าหมาย ซึ่งต้องมีอยู่ในที่ Folder Hack และที่อยู่ในและข้างในไฟล์ password จะเป็นแบบนี้ สมมติรูปด้านล่างนี้คือไฟล์ pass.txt
 
________________________________________
การ Hack แบบโปรแกรม
SMBgrid เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เป็นเครื่องมือแบบ Brute Force การใช้งานนั้น ไม่ยากอย่างที่คิด การใช้โปรแกรมแบบนี้จะง่ายต่อการใช้งานคือ คุณอาจไม่ต้องรู้ข้อมูลอะไรมากมายในเครื่องเหยื่อ แค่คุณได้ชื่อ Admin จากวิธีการด้านบนมากับมีไฟล์ password ที่เป็น text file ก็สามารถใช้โปรแกรมนี้ได้แล้ว หน้าตาโปรแกรมก็เชยๆ อยากให้ลองเอาไปเล่นกันดูครับ
 
 
Computer Name or IP: ให้คุณใส่ IP เครื่องเหยื่อได้เลย
User Name: ให้คุณใส่ชื่อ Admin ของเครื่องเหยื่อครับ
 
Connect เมื่อเลือกแล้ว เวลาโปรแกรมได้ยิง password แล้วถ้าถูกจังๆหรือเป็น password Admin เครื่องเหยื่อ คุณก็สามารถเข้าไปในเครื่องเหยื่อได้เลย
Change pwd ไม่เคยลองอ่า.. แล้วจะมาเขียนวิธีใช้ทำบ้าไรฟะ อืมๆ น่าจะรู้ความหมายเองนะ
 
ปุ่มView เอาไว้ดูไฟล์ pass ต่างๆว่ามีตัว pass อะไรมั่งจากไฟล์
ปุ่มBrowse เอาไว้หาไฟล์ password มายิงเครื่องเหยื่อ
 
Verbose จะทำให้เห็นสถานะต่างเวลาโปรแกรมทำงาน
Error แสดงผลว่าเวลาโปรแกรมทำงานผิดพลาดตรงไหน
Auto Scroll เวลาแสดงผลมันจะมีหลายบรรทัใช่มั้ย ก็ต้องใช้ตัวนี้แหละ
ปุ่มRun เมื่อตั้งค่าทุกอย่างดีแล้ว กดเลย 
 


04/24/2009 12:49 PM


adhim
Topic :   การสแกน

การสแกน
(Scaning)
Port Scanning เป็นหนึ่งในเทคนิคที่โด่งดังที่สุดที่ผู้โจมตีใช้ในการค้นหาบริการ Service ที่พวกเขาจะสามารถเจาะผ่านเข้าไปยังระบบๆได้ โดยปกติแล้วทุก ๆ ระบบที่ต่อเข้าสู่ระบบ LAN หรือระบบอินเทอร์เน็ตจะเปิด service อยู่บน port ที่เปิดเป็นตัวเลขต่างๆสำหรับการทำ Port Scanning นั้น ผู้โจมตีจะสามารถค้นหาข้อมูลได้มากมายจากระบบของเป้าหมาย ได้แก่ บริการอะไรบ้างที่กำลังรันอยู่ ผู้ใช้คนไหนเป็นเจ้าของบริการเหล่านั้น สนับสนุนการล็อกอินด้วย anonymous (แบบไม่ประสงค์ออกนาม)หรือไม่ และบริการด้านเครือข่ายมีการทำ authentication หรือไม่ การทำ Port Scanning ทำได้โดยการส่งข้อความหนึ่งไปยังแต่ละพอร์ต ณ เวลาหนึ่ง ๆ ผลลัพธ์ที่ตอบสนองออกมาจะแสดงให้เห็นว่าพอร์ตนั้น ๆ ถูกใช้อยู่หรือไม่และสามารถทดสอบดูเพื่อหาจุดอ่อนต่อไปได้หรือไม่ Port Scanners มีความสำคัญต่อผู้ชำนาญด้านความปลอดภัยของเครือข่ายมากเพราะว่ามันสามารถเปิดเผยจุดอ่อนด้านความปลอดภัยที่มีความเป็นไปได้ของระบบเป้าหมาย
ถึงแม้ว่า Port Scans สามารถเกิดขึ้นกับระบบของคุณ แต่ก็สามารถตรวจจับได้และก็สามารถใช้เครื่องมือที่เหมาะสมมาจำกัดจำนวนของข้อมูลเกี่ยวกับบริการที่เปิดได้ ทุกๆระบบที่เปิด สู่สาธารณะจะมีพอร์ตหลายพอร์ตที่เปิดและพร้อมให้ใช้งานได้ (ต้องรู้ว่าแต่ละ port ที่เิปิดนั้นคือบริการอะไร) ซึ่งตรงนี้คุณต้องทำการกำหนดสิทธิ์ต่างในแต่ละ port และจำกัดจำนวนพอร์ตที่จะเปิดให้แก่ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตและปฏิเสธการเข้าถึงมายังพอร์ตที่ปิด
เทคนิคต่าง ๆ ของ Port Scan
ก่อนที่คุณจะป้องกัน Port Scans คุณก็จะต้องเข้าใจเสียก่อนว่า Port Scans ทำงานอย่างไร เนื่องจากมีเทคนิคของ Port Scanning อยู่มากมายหลายรูปแบบ ซึ่งมีเครื่องมือ Port Scanning ที่ทำงานโดยอัตโนมัติ เช่น Nmap และ Nessus ที่ผมแนะนำโปรแกรม 2 ตัวนี้ก็เราะว่าโปรแกรม 2 ตัวนี้มีความยืดหยุ่นในการแสกนสูง สามารถกำหนดรูปแบบการแสกนได้อย่างอิสระ ไม่เหมือนกับโปรแกรมทั่วๆไปที่แสกนได้ไม่กี่อย่างๆ
________________________________________
การ scan ต่อไปนี้เป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับ Nmap และ Nessus
1. Address Resolution Protocol (ARP) scans จะตรวจหาอุปกรณ์ที่ทำงานในเครือข่ายโดยการส่งชุดของ ARP broadcasts และเพิ่มค่าของฟิลด์ที่บรรจุ IP address ของเป้าหมายในแต่ละ broadcast packet การ scan ชนิดนี้จะได้รับผลตอบสนองจากอุปกรณ์ที่มี IP บนเครือข่ายออกมาในรูปแบบของ IP address ของแต่ละอุปกรณ์ การ scan แบบนี้จึงทำการ map out ได้ทั้งเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
2.The Vanilla TCP connect scan เป็นเทคนิคการ scan แบบพื้นฐานและง่ายที่สุด คือจะใช้ connect system call ของระบบปฏิบัติการไปบนระบบเป้าหมายเพื่อเปิดการเชื่อมต่อไปยังทุก ๆ พอร์ตที่เปิดอยู่ การ scan ชนิดนี้สามารถจับได้ง่ายมาก โดยล็อก (log) ต่าง ๆ ของระบบที่เป็นเป้าหมายจะแสดงการร้องขอการเชื่อมต่อ (connection requests ) และข้อความแสดงข้อผิดพลาด (error messages) สำหรับบริการที่ตอบรับการเชื่อมต่อนั้น
3.The TCP SYN (Half Open) scans เทคนิคนี้บางครั้งถูกเรียกว่า half open เพราะว่าระบบที่ทำการโจมตีไม่ได้ปิดการเชื่อมต่อที่ได้เปิดไว้ scanner จะส่ง SYN packet ไปยังเป้าหมายและรอการตอบสนอง ถ้าพอร์ตถูกเปิดไว้เป้าหมายก็จะส่ง SYN/ACK กลับมา แต่ถ้าพอร์ตถูกปิดอยู่ เป้าหมายก็จะส่ง RST กลับมา วิธีการ scan รูปแบบนี้ยากต่อการตรวจจับ ปกติเครื่องที่เป็นเป้าหมายจะทำหน้าที่ปิดการเชื่อมต่อที่เปิดไว้ และส่วนใหญ่จะไม่มีระบบการล็อกที่เหมาะสมในการตรวจจับการ scan ชนิดนี้
4.The TCP FIN scan เทคนิคนี้สามารถที่จะทะลุผ่านไฟล์วอลล์ ส่วนใหญ่, packet filters , cละโปรแกรมตรวจจับการ scan ไปได้โดยไม่ถูกตรวจพบ เพราะระบบที่ทำการโจมตีจะส่ง FIN packets ไปยังระบบของเป้าหมาย สำหรับพอร์ตต่าง ๆ ที่ปิดอยู่จะตอบสนองกลับไปด้วย RST ส่วนพอร์ตที่เปิดจะไม่สนใจ packets เหล่านั้นเลย ดังนั้นเครื่องที่ทำการโจมตีก็จะได้ข้อมูลว่ามันได้รับ RST จากพอร์ตไหนบ้างและไม่ได้ RST จากพอร์ตไหนบ้าง
5.The TCP Reverse Ident scan เป็นเทคนิคที่สามารถตรวจหาชื่อของเจ้าของแต่ละโพรเซสที่เป็นการเชื่อมต่อด้วย TCP บนเครื่องเป้าหมาย การ scan ชนิดนี้จะทำให้ระบบที่ทำการโจมตีสามารถเชื่อมต่อเข้าไปยังพอร์ตที่เปิดอยู่และใช้ ident protocol ในการค้นหาว่าใครเป็นเจ้าของโพรเซสบนเครื่องเป้าหมายได้
6.The TCP XMAS ถูกใช้เพื่อหาพอร์ตบนเครื่องเป้าหมายที่อยู่ในสถานะ listening โดยจะส่ง TCP packet ที่มี flag เป็น URG, PSH และ FIN ใน TCP header ไปยังพอร์ตของเครื่องเป้าหมาย ถ้าพอร์ต TCP ของเครื่องเป้าหมายปิดอยู่ พอร์ตนั้นก็จะส่ง RST กลับมา แต่ถ้าพอร์ตเปิดอยู่ก็จะไม่สนใจ packet นั้นเลย
7.The TCP NULL scan เทคนิคนี้จะส่ง TCP packet ที่มี sequence number แต่ไม่มี flag ออกไปยังเครื่องเป้าหมาย ถ้าพอร์ตปิดอยู่จะส่ง กลับมา RST packet กลับมา แต่ถ้าพอร์ตเปิดอยู่ ก็จะไม่สนใจ packet นั้นเลย
8.The TCP ACK scan เป็นเทคนิคที่ใช้ค้นหาเว็บไซต์ที่เปิดบริการอยู่ แต่ปฏิเสธการตอบสนองต่อ ICMP ping หรือค้นหากฎ (rule) หรือนโยบาย ( policy) ต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ที่ไฟล์วอลล์เพื่อตรวจสอบดูว่าไฟล์วอลล์สามารถกรอง packet อย่างง่าย ๆ หรือเทคนิคชั้นสูง โดยการ scan แบบนี้จะใช้ TCP packet ที่มี flag เป็น ACK ส่งไปยังพอร์ตเครื่องปลายทาง ถ้าพอร์ตเปิดอยู่ เครื่องเป้าหมายจะส่ง RST กลับมา แต่ถ้าปิดอยู่ก็จะไม่สนใจ packet นั้น
9.The FTP Bounce Attack ใช้โพรโตคอล ftp สำหรับสร้างการเชื่อมต่อบริการ ftp ของ proxy วิธีการ scan แบบนี้ ผู้โจมตีจะสามารถซ่อนตัวอยู่หลัง ftp server และ scan เป้าหมายอื่น ๆ ได้โดยไม่ถูกตรวจจับ ดังนั้น ftp servers ส่วนใหญ่จะมีการ disable บริการของ ftp เพื่อความปลอดภัยของระบบ
10.The UDP ICMP port scan ใช้โพรโตคอล UDP ในการ scan หาพอร์ตหมายเลขสูง ๆ โดยเฉพาะในระบบ Solaris แต่จะช้าและไม่น่าเชื่อถือ
11.The ICMP ping-sweeping scan จะใช้คำสั่ง ping เพื่อกวาดดูว่ามีระบบไหนที่เปิดใช้งานอยู่ เครือข่ายส่วนใหญ่จึงมีการกรองหรือ disabled
โพรโตคอล ICMP เพื่อความปลอดภัยของระบบ
สำหรับผู้ที่ใช้โปรแกรม nmap ไม่ได้ ให้ติดตั้งโปรแกรม WinPcap 3.1BETA4 ก่อนนะครับ คลิกที่ชื่อโปรแกรม แล้วลองใช้โปรแกรม nmap ต่ออีกทีครับ รับรองใช้ได้แน่ๆ
________________________________________
เทคนิคการ Ping Sweep
ในบทความต่อไปนี้ ผมจะมุ่งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการแสกนว่ามีเรื่องไหนยัง login อยู่หรือกำลังใ้ช้งาน และ port ต่างที่เครื่องเหยื่อไ้ด้เิปิดเอาไว้ จากบทความของผม เวลาุคุณจะต้องสนใจเครื่องของเหยื่อที่ port 139 กับ 445 เท่านั้น เพราะเ็ป็นส่วนจำเป็นในการ Hack Window
คือการ ping ไปยังเครื่องเป้าหมายที่จำนวนมากๆ ในวง Network ที่คุณใช้อยู่ หรือวง lan นั่นเอง (ใน Internet ก็ใช้ได้) โดยแสกนพร้อมๆกัน คล้ายกับการกราดยิง เพื่อตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางได้เปิดอยู่หรือไม่ก็ตาม เช่นคุณมี IP x.y.z.6 ตรง x.y.z อาจเป็นตัวเลขใดๆก็ได้ แต่เลข 6 คือเลขชุดหลังของ ip คุณ เวลาคุณแสกนหาให้เขียนลงไปดังนี้ x.y.z.0/24 จากตรงเลข 6 เปลี่ยนเป็น 0/24 หมายความว่าเป็นการแสกน IP ตั้งแต่ x.y.z.1- x.y.z.255
ยกตัวอย่าง
สมมติคุณกำลังต่อเน็ต หรือกำลังใช้คอมอยู่ในวงแลน ให้คุณเิดหน้าต่างดอสขนึ้มา (หรือ Start > Run พิมพ์ cmd.exe) พอหน้าต่างดอสขนึ้มาให้คุณพิมพ์ ipconfig แล้วกด Enter

C:\>ipconfig
Windows 2000 IP Configuration
Ethernet adapter Local Area Connection:
Media State . . . . . . . . . . . : Cable Disconnected
PPP adapter TOT:
Connection-specific DNS Suffix . :
IP Address. . . . . . . . . . . . : 172.16.66.216
Subnet Mask . . . . . . . . . . . : 255.255.255.255
Default Gateway . . . . . . . . . : 172.16.66.216
ให้คุณดูที่ตัวหนังสือสีแดงครับ คือ IP ของคุณเอง จากนั้น IP เครื่องต่างๆที่อยู่ในวงแลนเน็ตของคุณ หรือวงแลนสำนักงานคุณ ก็จะมี IP ประมาณว่า
172.16.66.1 ถึง 172.16.66.225 ครับผม แต่เวลาแสกนถ้าคุณมากำหนดเป็นตัวเลขอาจต้องพิมพ์แบ่งช่วงเอาเอง แต่ถ้าคุณจะแสกน port ทั้งวงแลน คือ แสกนมันทุกเครื่องในวงแลนเลย เวลาคุณกำหนด IP ก็ต้องใ้คำสั่งกำหนด เป็น 172.16.66.0/24
โดยปรกติ ถ้าคุณใช้คำสั่ง ping ธรรมดา จะมีการส่ง ICMP ECHO (Type 8) ออกไปยังเครื่องปลายทางและรอคอย ICMP ECHO_REPLY (Type 0) ส่งกลับมา ถึงแม้ ping จะมีประโยชน์ในการทดสอบว่าเครื่องปลายทางนั้นเปิดอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่มันจะเหมาะกับ Network ขนาดเล็กและขนาดกลางเท่านั้น ซึ่งถ้ามาใช้ในใน Network ขนาดใหญ่อย่าง Internet มักจะใช้ได้ไม่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ –sP เป็นการ ping scan (กรณีนี้ผมไ้ด้ เอาโปรแกรม nmap มาแตกใส่ไว้ที่ไดร์ฟ C:)
C:>nmap –sP 172.16.66.0/24
คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อคุณได้อยู่ในวง Network เดียวกับคุณ หรือ วงอื่น ซึ่งจะแสกนวงเดียวกับคุณ IP 172.16.66.0 – 172.16.66.255 หมายถึง คุณต้องมี IP ที่อยู่ระหว่าง 172.16.66.0 – 172.16.66.255 ถึงจะใช้คำสั่งนี้ได้ เช่นคุณมี IP = 172.16.66.216 สังเกตเลขชุดสุดท้ายที่อยู่หลังจุดให้ดีๆ อาจเป็นเลขอะไรก็ได้ จาก 1-255 ถึงจะใช้ 0/24 แทน หรือ
C:>nmap –sP 172.16.66.11-172.16.66.20
คำสั่งนี้จะแสกนเครื่องที่อยู่ในวง Network ที่มี IP ระหว่าง 172.16.66.11 - 172.16.66.20
C:>nmap –sP 172.16.66.* หรือ C:>nmap –sP 172.16.66.0/24
คำสั่งนี้จะแสกนเครื่องที่อยู่ในวง Network ที่มี IP 172.16.66.1 ถึง 172.16.66.255
โดยปรกติ ถ้าคุณใช้คำสั่ง ping ธรรมดา จะมีการส่ง ICMP ECHO (Type 8) ออกไปยังเครื่องปลายทางและรอคอย ICMP ECHO_REPLY (Type 0) ส่งกลับมา ถึงแม้ ping จะมีประโยชน์ในการทดสอบว่าเครื่องปลายทางนั้นเปิดอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่มันจะเหมาะกับ Network ขนาดเล็กและขนาดกลางเท่านั้น ซึ่งถ้ามาใช้ในใน Network ขนาดใหญ่อย่าง Internet มักจะใช้ได้ไม่มีประสิทธิภาพ โดยใช้ –sP เป็นการ ping scan เพื่อเป็นการตรวจสอบว่ามีเครื่องใดกำลัง logon อยู่
 
 
nmap –sP 203.118.98.0/24
คำสั่งนี้จะใช้ได้เมื่อคุณได้อยู่ในวง Network เดียวกับคุณ หรือ วงอื่น ซึ่งจะแสกนวงเดียวกับคุณ IP 203.118.98.0 – 203.118.98.255 หมายถึง คุณต้องมี IP ที่อยู่ระหว่าง 203.118.98.0 – 203.118.98.255 ถึงจะใช้คำสั่งนี้ได้ เช่นคุณมี IP = 203.118.98. 10 สังเกตเลขชุดสุดท้ายที่อยู่หลังจุดให้ดีๆ อาจเป็นเลขอะไรก็ได้ จาก 1-255 หรือจะใช้ 0/24 แทน หรือ
nmap –sP 203.118.98.11-203.118.98.20
คำสั่งนี้จะแสกนเครื่องที่อยู่ในวง Network ที่มี IP ระหว่าง 203.118.98.11 - 203.118.98.20
nmap –sP 203.118.98.* หรือ C:>nmap –sP 203.118.98.0/24
คำสั่งนี้จะแสกนเครื่องที่อยู่ในวง Network ที่มี IP 203.118.98.1 ถึง 203.118.98.255
(เครื่องมือ nmap นี้ จะเป็นการหาแบบละเอียด เมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่น แต่อาจใช้เวลานานกว่า)
 
เทคนิคการแสกนหลบ เมื่อเครื่องปลายทาง block ICMP
จะเป็นการ Ping Sweep ขั้นสูงที่เรียกว่า TCP Ping scan โดยการใช้พารามิเตอร์ –PT พร้อมกับระบุหมายเลข port ต่างๆเข้าไป ซึ่งการระบุเลข port นั้นจะต้องทราบว่าเครื่องส่วนใหญ่นั้นจะต้องเปิดเอาไว้เพื่อติดต่อสื่อสารกับเครื่องอื่นๆ เช่น http 80 , SMTP 25 , POP 110 , IMAP 143 และอื่นอีกมาก ซึ่งปรกติจะต้องเปิดไว้คือ http 80 ซึ่งอาจทะลุผ่าน firewall ได้ถ้ามีการกำหนด firewall ได้ไม่ดี
nmap –sP –PT 80 203.118.98.0/24
ตรงเลข 80 ที่ผมได้ทำสีไว้เป็นการแสกนผ่านทาง http 80 ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นเลข port อื่นๆได้ตามที่ได้กล่าวมาด้านบนซึ่ง port ต่างๆที่ได้ใส่ไปก็คือการหา service นั่นเอง SMTP 25 , POP 110 , IMAP 143
nmap –sP –PT 25 203.118.98.0/24 เป็นการหาว่าเครื่องในวงแลนคุณเครื่องไหนเปิด SMTP 25
nmap –sP –PT 110 203.118.98.0/24 เป็นการหาว่าเครื่องในวงแลนคุณเครื่องไหนเปิด POP 110
nmap –sP –PT 143 203.118.98.0/24 เป็นการหาว่าเครื่องในวงแลนคุณเครื่องไหนเปิด IMAP 143
 
เทคนิคการแสกนแบบ TCP FIN scan
เทคนิคนี้สามารถที่จะทะลุผ่านไฟล์วอลล์ ส่วนใหญ่ และมีการเก็บผลลัพธ์ไว้ในไฟล์ text
nmap –sF 203.118.98.0/24 –oN output.txt
จากบรรทัดบน –sF เป็นการแสกนแบบ Stealth FIN รายละเอียดให้ดูรูปประเภทการแสกนที่อยู่ช่วงแรกๆ และพารามิเตอร์ –o เป็นการบันทึกผลลงเป็นไฟล์ ส่วน N หลัง –o ตรง (-oN) หมายถึงให้บันทึกในรูปแบบที่อ่านเข้าใจได้โดยโปรแกรมจะสร้างไฟล์ output.txt หรือถ้าคุณต้องการบันทึกเพื่อจะนำไปใช้กับโปรแกรมอื่นๆ ให้ระบุเป็น พารามิเตอร์ –oM แทน
ผมเหนื่อยแระ ขี้เกียจทำเป็็นหัวข้อ
________________________________________
คุณอาจใช้ Option + Parameter อื่นๆ ผสมผสานกันได้ โดยประยุกต์จากตัวอย่างต่างๆที่ผมได้ทำเป็นตัวอย่างดังที่เห็นอยู่ ซึ่งจะทำให้การใช้งานเครื่องมือนี้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการแสกนหาเครื่องเหยื่อ ในโปรแกรม Nmap ได้อย่างลงตัวกับสถานะการณ์ (แต่ต้องหัดเอาเองบ้างนะ) ซึ่งผลจากการแสกนต่างๆนั้นรับรองได้้เลยว่าโปรแกรมอื่นคงทำไม่ได้อย่างโปรแกรมนี้ แต่มันก็ยากในการใช้งาน เพราะ Option ในตัวโปรแกรมช่างเยอะเหลือเกิน จะถอดใจตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ ดูชื่อเว็บที่ผมตั้งสิ กรรมกรไซเบอร์ มันก็ต้องออกแรงกันหน่อย และสำหรับคนที่ยังไม่ถอดใจ ผมก็จะมีตัวอย่าง และ Tip เด็ดๆให้อีกเล็กๆน้อยๆ
Nmap มีความสามารถในการหลอก firewall เครื่องปลายทาง โดยการส่งแพ็คเก็ตปลอมจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแสกนเข้าไปในระบบ ด้วยการใช้พารามิเตอร์ –D และขณะเดียวกันก็ทำการแสกนจริงๆไปด้วย และด้วยการเพิ่มความยากในการตรวจจับ สามารถปลอม IP ADDRESS ของ server อื่นที่มีอยู่จริง แต่ถ้า IP ADDRESS ที่ปลอมนั้นไม่มีอยู่จริงๆ การแสกนของคุณจะเป็นการทำ SYN Flood ซึ่งไปเข้าเงื่อนไขการโจมตีระบบด้วย Denial of Service (การทำให้ Network ล่ม คือทำให้การรับส่งข้อมูลใน Network คับคั่งหรือที่เห็นง่ายๆก็คือ เน็ตจะช้า หรือเครื่องอาจหลุดจาก Internet ได้) วิธีดูจากข้างล่างนี้
nmap –sS 203.118.98.110 –D 203.114.234.5
-sS เป็นการแสกนแบบ TCP SYN scan 192.16.81.110 เป็น IP เครื่องเป้าหมายที่คุณจะแสกน และส่วนที่ตามหลัง Option –D คือ IP 203.114.234.5 เป็น IP Server ของอะไรก็ได้เช่น yahoo , sanook ซึ่งจะหา IP นี้ได้โดยการ เปิด ดอส ขึ้นมาแล้วพิมพ์ c:\ping www.yahoo.com เท่านี้คุณก็จะได้ IP Server จริงๆ ที่จะนำมาใช้ในคำสั่งนี้ แต่ถ้าคุณเอา ไอพีมามั่วๆ จะเป็น เข้าเงื่อนไขการโจมตีระบบด้วย Denial of Service
nmap –O 203.121.148.18
คำสั่งบนนี้ จะเป็นการหาข้อมูลจากเครื่องที่ มี IP 203.121.148.18 ว่ามีการเปิดที่ Port ไหนบ้าง และใช้ระบบปฏิบัติการอะไร แต่การแสกนอาจใช้เวลานาน ถ้าคนที่ใจร้อนอาจหันไปพึ่งโปรแกรมอื่น ผมก็ไม่ว่าอะไรครับ แต่ขอบอก โปรแกรมนี้ แสกนได้แม่นยำกว่าโปรแกรมอื่นอยู่มากทีเดียว
nmap –p80 –O 203.121.148.18
คำสั่งบนนี้ เป็นการใช้ option –p เข้ามาช่วยหา ในกรณีที่เครื่องเหยื่อได้เปิด port 80 เอาไว้
 
การประยุกต์ใช้งานอื่นๆ
nmap –sS –p 25,80,135-139,455 –n 203.118.98.110
จากคำสั่งบนนี้ เป็นการแสกนไปที่เครื่อง 203.118.98.110 ไปที่ port 25 , port 80 , port 135 , 136 ,137 , 138 ,139 , port 455 ว่าเปิดอยู่หรือไม่
nmap –sS –O 203.118.98.110
จะเห็นว่าคำสั่งนี้ คลอบคลุมกว่า 2 คำสั่งด้านบน ยิ่งถ้าคุณได้เพิ่ม Option –p แล้วใส่ port ที่ต้องการแสกนได้อีกด้วยครับ แต่บางที Option –sS อาจหลบ Firewall ไม่ได้
Option –T 4 เป็นอีก option ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก คุณลองใช้ option ลงไปร่วมกับ option อื่นได้ จะช่วยให้การแสกนนั้นรวดเร็วยิ่งขึ้นครับเช่น
nmap –sS –O –T 4 203.118.98.110
nmap –sP –PT80 –T 4 203.118.98.0/24   
การแสกนตรวจประเภท Firewall
nmap –sW 203.118.98.110 และคำสั่ง nmap –sA 203.118.98.110
คำสั่งบนนี้ เป็นการตรวจสอบ Firewall ว่าเป็นประเภทไหน ในเครื่องที่มี IP 203.118.98.110 ทั้ง 2 Option นี้อาจเป็นตัวที่ใช้เจาะเครื่องที่มี firewall ป้องกัน เพื่อที่จะดูว่า จริงๆแล้วเปิด port อะไรบ้าง เพราะเราจะสามารถรู้ ระบบปฏิบัติการในเครื่องที่เราแสกนได้ จาก port ที่ได้เปิด
ในแต่ละเครื่อง ใน Internet คุณไม่สามารถไปดูที่หน้าจอได้ จึงยากต่อการรู้ว่า เครื่องนั้นๆ ใช้วินโดว์หรือ unix หรือ Linux เพราะฉนั้น คุณต้องดู port จากเครื่องเป้าหมาย แต่โปรแกรมแสกนธรรมดา จะไม่สามารถแสกน port ได้จากเครื่องที่ได้ติดตั้ง Firewall (แต่จริงๆ ก็เปิด port อยู่) จึงต้องใช้โปรแกรม nmap แสกน เพราะสามารถหลบ Firewall ได้
Window Port Default ข้างล่างนี้เป็น port มาตรฐาน ที่ Win มักจะเปิด และเราจะรู้ได้ หรือเดาได้ว่าใช้อะไร
Win 98/me 139
Win 2000/xp 139 – 445
Win 2000 Server 53 – 88 - 139 – 445
ส่วน UNIX / LINUX คุณจะเห็นความแตกต่าง port ที่เปิดเองครับ จะไม่เหมือน Window แน่นอนครับ 
 


04/24/2009 12:43 PM


adhim
Topic :   การแกะรอย

การแกะรอย
(FingerPrint)
ในวินโดว์นั้น การแกะรอยต่างๆจากเครื่องอื่นๆในวงแลนหน่วยงานก็ตาม หรือจะเป็นใน Internet ก็ตามทีรวมไปถึง Website ต่างๆ คุณจำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือต่างๆ(โปรแกรม) ซึ่งถ้าเก๋าหน่อยคุณสามารถที่จะเปิดดอสมาแล้วพิมพ์ก็ได้แล้ว แต่ถ้าไม่เก๋าจริงๆก็ควรหาโปรแกรมต่างๆมาใช้งาน ซึ่งโปรแกรมสมัยนี้การใช้งานและแสดงผลต่างๆ ดูง่ายต่อความเข้าใจ เรามาเริ่มทำความเข้าใจก่อนเกี่ยวกับพื้นฐานนะครับ
บทนำ
การที่ผู้บุกรุกจะกระทำการใดๆ กับเป้าหมายนั้น ส่วนใหญ่มักจะต้องมีกระบวนการในการสะสมข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายนั้นๆ ก่อน จากนั้นจึงจะลงมือบุกรุกเข้าไปยังเป้าหมายที่ต้องการ และถ้าทำได้สำเร็จผู้บุกรุกอาจจะติดตั้งซอฟแวร์บางตัวเพื่อซ่อนร่องรอยหรือติดตั้ง backdoor ไว้ในระบบ เพื่อจะได้เข้ามาใช้งานได้ง่ายๆ ในครั้งต่อไป
ในขั้นตอนของการหาข้อมูลของเครื่องเป้าหมายนั้น ผู้บุกรุกจำเป็นต้องทราบว่าเครื่องเป้าหมายนั้น service อะไรอยู่บ้าง และถ้าได้ข้อมูลของ network topology และระบบปฏิบัติการด้วยแล้วก็จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มาก มีเครื่องมือหลายตัวและมีหลายวิธีในการตรวจสอบ network topology และ service ของเครื่องเป้าหมาย Firewalk ก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ David Goldsmith และ Michael Schiffman สร้างขึ้นมา โดยลักษณการทำงานจะคล้ายๆ กับ traceroute เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามี service อะไรที่ไฟร์วอลล์เปิดให้ผ่านเข้าไปได้ และใช้ตรวจสอบ access control ได้ด้วย
***โดยส่วนใหญ่แล้วไฟร์วอลล์มักจะถูกคาดหวังจากผู้ใช้งานว่า จะเป็นตัวที่ทำหน้าที่ปกป้องเครือข่ายจากโลกภายนอก แต่ Firewalk ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ผู้บุกรุกยังมีโอกาสในการหาข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมายมากกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ และในการที่จะทำความรู้จักกับหลักการทำงานของ Firewalk จะต้องเข้าใจ traceroute เสียก่อน
Traceroute (อ่านว่า เทรซเร้าว์) อ่านผิดอายเค้าแย่เลย
คำสั่ง tracert (Windows) หรือ traceroute (*NIX) เป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบเครือข่าย โดยจะแสดง IP ของ router หรือ gateway ที่ packet วิ่งผ่านจากที่หนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่งทีละ hop โดย traceroute ใช้คุณสมบัติของ IP Time To Live (TTL) ในการทำงาน
TTL ถูกนำไปใช้ในโปรโตคอล IP เพื่อป้องการการเกิดลูปที่ไม่รู้จบจากการวนของ pakcet โดยในแต่ละ device ที่ได้รับ packet จะลดค่าของ TTL ลงทีละ 1 และถ้า TTL มีค่าเป็นศูนย์หรือน้อยกว่า packet นั้นจะถูก drop ไป และ router ก็จะส่งข้อมูล ICMP "TTL Exceed in Transit" กลับมายังเครื่องที่รันคำสั่งนี้
Traceroute ใช้หลักการนี้ในการทำงาน โดยมันจะกำหนดค่า TTL counter ที่ทำให้ router ที่ packet ผ่านไปนั้นต้องสร้าง ICMP message กลับมาเสมอ สำหรับคำสั่ง tracert ใน Windows นั้น จะใช้ ping (ICMP Echo) เป็นตัวส่ง packet ออกไป ในขณะที่ traceroute ใน Unix นั้น จะใช้ UDP datagram เป็นตัวส่งข้อมูลออกไป datagram ที่ถูกส่งออกไปนั้นจะถูกส่งไปยัง port 33434 โดยดีฟอลต์ และ ค่าหมายเลข port นี้จะถูกเพิ่มขึ้นเมื่อได้รับ packet ที่ตอบกลับมาอย่างถูกต้อง โดยปกติแล้ว traceroute มักจะส่ง datagram ออกไปจำนวน 3 datagram เพื่อป้องกันการสูญหายระหว่างทาง
ด้านล่างนี้แสดงตัวอย่างการใช้ tracert.exe ใน Windows
C:\WINDOWS>tracert quote.yahoo.com
Tracing route to finance.yahoo.com [204.71.203.155]
over a maximum of 30 hops:
1 99 ms 100 ms 119 ms tnt3.culpeper.va.da.uu.net [206.115.221.174]
2 99 ms 119 ms 115 ms 206.115.233.205
3 106 ms 104 ms 102 ms Fddi0-0.HR1.DCA1.ALTER.NET [137.39.33.130]
4 112 ms 95 ms 113 ms 102.ATM3-0.XR1.DCA1.ALTER.NET [146.188.160.254]
5 103 ms 98 ms 104 ms 195.at-7-2-0.XR1.DCA8.ALTER.NET [146.188.163.6]
6 98 ms 111 ms 111 ms POS6-0.BR3.DCA8.ALTER.NET [152.63.36.5]
7 110 ms 102 ms 104 ms 137.39.52.18
8 106 ms 104 ms 112 ms pos2-0-155M.cr1.WDC2.gblx.net [208.178.174.53]
9 172 ms 180 ms 167 ms pos7-0-2488M.cr2.SNV.gblx.net [208.50.169.86]
10 168 ms 165 ms 167 ms ge1-0-1000M.hr8.SNV.gblx.net [206.132.254.41]
11 168 ms 174 ms 165 ms bas1r-ge3-0-hr8.snv.yahoo.com [208.178.103.62]
12 176 ms 169 ms 175 ms finance.yahoo.com [204.71.203.155]
Trace complete.
เมื่อไฟร์วอลล์ถูกติดตั้งให้ไม่ตอบสนองต่อ traceroute และ ping จากโลกภายนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บุกรุกเก็บข้อมูลของเครือข่ายภายในได้ ตัวอย่างด้านล่างนี้แสดงถึงผลลัพธ์ที่ได้จาก tracert.exe เมื่อถูกป้องกัน traffic ของ ping โดยไฟร์วอลล์หรือ router
C:\WINDOWS>tracert vanguard.com
Tracing route to vanguard.com [192.175.182.6]
over a maximum of 30 hops:
1 103 ms 98 ms 97 ms tnt3.culpeper.va.da.uu.net [206.115.221.174]
2 105 ms 104 ms 104 ms 206.115.233.205
3 103 ms 97 ms 104 ms Fddi0-0.HR1.DCA1.ALTER.NET [137.39.33.130]
4 101 ms 736 ms 103 ms 102.ATM2-0.XR2.DCA1.ALTER.NET [146.188.160.250]
5 105 ms 105 ms 103 ms 294.at-7-2-0.XR2.DCA8.ALTER.NET [146.188.163.30]
6 100 ms 104 ms 118 ms POS7-0.BR2.DCA8.ALTER.NET [152.63.35.193]
7 107 ms 105 ms 106 ms uu-gw.wswdc.ip.att.net [192.205.32.133]
8 103 ms 104 ms 103 ms gbr4-p50.wswdc.ip.att.net [12.123.9.54]
9 100 ms 102 ms 98 ms gbr1-p60.wswdc.ip.att.net [12.122.1.221]
10 101 ms 117 ms 126 ms ar1-a3120s4.wswdc.ip.att.net [12.123.8.45]
11 118 ms 103 ms 104 ms 12.127.47.50
12 * * * Request timed out.
13 * * * Request timed out.
จากตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า ไม่สามารถ trace ได้อย่างสมบูรณ์ และจะได้รับ timeout message เมื่อคำสั่ง ping ถูก drop โดยปลายทาง และให้คุณสังเกตุแต่ละ hop (จากตัวอย่างได้ 11 hob) ถ้าคุณใช้คำสั่ง nslookup และตามด้วย IP ของแต่ละ hob คุณก็จะทราบว่า ก่อนที่เครื่องของคุณจะไปถึงเว็บ vanguard.com นั้นต้องผ่านที่ไหน ประเทศไหนบ้าง เราพิมพ์ไอพีแอดเดรสลงไป ในที่นี้เราพิมพ์ 203.94.12.01 (ซึ่งเป็นไอพีที่ผมต้องการหา)
$>nslookup 203.94.12.01
คุณจะเห็นผลลัพธ์ออกมาเป็น: mail2.nol.net.in ในตอนนี้ถ้าคุณดูที่ชื่อ hostname ที่เปลี่ยนมาจากไอพีแอดเดรสอย่างตั้งใจ จะเห็นได้ว่าส่วนหลังสุดจะบอกถึง ประเทศที่ระบบนั้นตั้งอยู่ จากตัวอย่างคุณเห็น '.in' ซึ่งบอกว่าระบบนี้อยู่ในประเทศอินเดีย ทุกประเทศมีรหัสประเทศของตัวเองซึ่งจะเห็นได้บ่อยมากกว่าชื่อท้ายสุดที่ไม่ใช่รหัสประเทศ วิธีนี้สามารถใช้เพื่อค้นหาว่าคน ๆ นั้น อยู่ในประเทศใหนถ้าคุณรู้อีเมลของเขา เช่น ถ้าคนนั้นมีที่อยู่อีเมลลงท้ายด้วย .ph แสดงว่าเขาอาจจะอาศัยอยู่ใน ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอื่น ๆ ก็ทำนองเดียวกันนี้ รหัสประเทศ โดยทั่ว ๆ ไปเช่น:
ประเทศ รหัสประเทศ
ฟิลิปปินส์ .ph
ออสเตรเลีย .au
อินโดนีเซีย .id
อินเดีย .in
ญี่ปุ่น .jp
อิสราเอล .il
สหราชอาณาจักร .uk
รายการรหัสประเทศที่ครบสมบูรณ์ดูได้ที่: http://www.alldomains.com/ และ http://www.iana.org/domain-names.html
รายการรหัสรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐ ฯ ดูที่: http://www.usps.gov/ncsc/lookups/abbr_state.txt
ผู้ที่ใช้วินโดวส์สามารถแปลงไอพีให้เป็น hostname ได้โดยการดาวน์โหลดยูทิลิตี้ที่ชื่อ Samspade จาก http://www.samspade.com/
อีกวิธีการหนึ่งที่ใช้หาที่อยู่ทางภูมิศาสตร์ของระบบคอมพิวเตอร์ที่ตรงจุดจริง ๆ คือการใช้ ฐานข้อมูล WHOIS เป็นฐานข้อมูลหลักที่ประกอบด้วยข้อมูลหลากหลายเช่นข้อมูลสำหรับการติดต่อ ชื่อ ผู้ที่เป็นเจ้าของโดเมนนั้น หาข้อมูลโดยการใส่ hostname ลงไป แล้วบริการนี้จะบอกข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลออกมา
วิธีนี้สามารถใช้เพื่อหาข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับไอพี หรือ hostname ที่ต้องการ อย่างไรก็ตามมันอาจจะไม่มี ประโยชน์ถ้าคุณพยายามหาสถานที่ตั้งที่แท้จริงของผู้ใช้ไอพีแบบ dynamic IP แต่อย่างน้อยวิธีนี้สามารถใช้ เพื่อหาเมืองที่ไอเอสพีนั้นอยู่ได้
คุณสามารถใช้บริการ WHOIS ที่ http://www.alldomains.com/ นอกจากนี้คุณสามารถป้อนชื่อ hostname เข้าไปในบราวเซอร์ของคุณเพื่อใช้บริการ WHOIS โดยใช้ URL นี้: http://205.177.25.9/cgi-bin/whois?abc.com โดยเปลี่ยนชื่อ abc.com เป็นชื่อโดเมนที่คุณต้องการถามข้อมูลโดยใช้ WHOIS
วิธีนี้ไม่สามารถใช้เพื่อหาที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ ของบุคคลที่ต้องการค้นหา ถ้าไอพีที่คุณใช้เพื่อหาเขาเป็นของไอเอสพีของเขา ดังนั้นคุณจำเป็นต้องรู้ชื่อโดเมน (ซึ่งลงทะเบียนโดยใช้ชื่อของเขา) หรือไม่ก็รู้ได้เพียงแต่เมือง (และไอเอสพี) ที่ใช้โดยบุคคลนั้น
ถ้าบุคคลนั้นลงทะเบียนชื่อโดเมน และคุณต้องการใช้มันเพื่อค้นหาว่าเขาอยู่ในเมืองไหน สิ่งที่ควรสังเกตในกรณีนี้ คือถ้าบุคคลนั้นลงทะเบียนชื่อโดเมนที่ใช้บริการฟรี เช่น Namezero.com ดังนั้นชื่อโดเมนอาจจะลงทะเบียน โดยใช้ชื่อของบริษัทนั้นและไม่ใช่ชื่อของบุคคลที่เราต้องการค้นหา ฉะนั้นการใช้บริการ WHOIS จะให้ข้อมูล เกี่ยวกับไอเอสพีไม่ใช่บุคคลที่เราต้องการค้นหา
ข้อสังเกต: บริการ WHOIS โดยค่าเริ่มต้นจะรันอยู่ที่พอร์ต 43 ของระบบนั้น ลองใช้บริการโดยการ telnet ไปที่พอร์ต 43 และลองพิมพ์ค้นหา ผมไม่เคยลอง แต่มันต้องสนุกแน่ ๆ
Firewalking
ไฟร์วอลล์จะเป็นตัวหยุดยั้ง traceroute packet และจะไม่ยินยอมให้ traceroute packet ผ่านไปยังเครื่องเป้าหมาย วิธีการทำงานของ firewalking นั้น ใช้พื้นฐานที่ว่า ถ้าไฟร์วอลล์อนุญาตให้ traffic ชนิดใดผ่านไปได้ firewalking ก็จะส่ง packet ชนิดนั้นๆ ผ่านเข้าไป เช่น ถ้าไฟร์วอลล์อนุญาตให้ UDP port 53 (DNS queries) ผ่านเข้าไปยัง DNS server ที่ตั้งอยู่ภายในเครือข่ายนั้นๆ ผู้บุกรุกก็สามารถส่ง UDP port 53 พร้อมกับค่า TTL ของ hop ถัดไป เพื่อให้ผ่านไฟร์วอลล์เข้าไปได้ และได้ข้อมูลกลับออกมา และเนื่องจาก traceoute ถูกออกแบบให้ใช้งานฟิลด์ TTL ซึ่งทำงานบน IP protocol (network layer) ดังนั้นมันจึงสามารถใช้งานได้กับ upper layer protocol อื่นๆ ได้ เช่น UDP, TCP, ICMP ดังนั้นจึงทำให้สามารถตรวจสอบ service ที่เปิดให้บริการหลังไฟร์วอลล์ได้
สรุป
เราสามารถหยุดการใช้งาน Firewalking ได้โดยการบล็อค TTL Exceeded in Transit packet ขาออกที่ไฟร์วอลล์ หรือใช้ NAT (Network Address Translation) เพื่อซ่อน IP address ของโฮสต์ภายในเครือข่าย
สิ่งที่บทความนี้ต้องการจะเน้นย้ำก็คือ การใช้ระบบป้องกันเพียง layer เดียวนั้นไม่เพียงพอแล้วในปัจจุบัน และเราก็ไม่สามารถที่จะไว้วางใจไฟร์วอลล์ได้ว่าจะสามารถปกป้องเครือข่ายจากการหาข้อมูลของบรรดาผู้บุกรุกได้ ดูเหมือน host based detection จะเป็นตัวช่วยที่ดีอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน นอกจากนี้ network intrusion detection system (NIDS) ก็ยังสามารถเป็นหูเป็นตาให้ผู้ดูแลระบบได้ด้วย
ดังนั้นการใช้ multiple layers สำหรับการทำ overlapping security นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในแต่ละองค์กรควรตระหนัก และหาทางนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด


04/24/2009 12:34 PM


adhim
Topic :   adhim

สวัสดีน่ะ
จะบอกว่าฉันเป็นผู้คุมในบอร์ดนี้ก็ได้น่ะ
ไม่รู้จะเขียนอะไรดี เอาเป็นว่า สู่ๆครับ



04/23/2009 18:40 PM


adhim
Topic :   ยินดีต้อนรับสู่ hacker2000

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บบอร์ด Hacker2000 
เว็บคนรักHack
Hacker2000 เป็นเว็บบอร์ดสำหรับให้แฟนคลับทุกท่านได้สมัครเป็นสมาชิก และแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ข่าวสารต่างๆกัน ที่สำคัญเว็บนอกครับ ไม่ต้องกลัวว่าเว็บบอร์ดจะโดนบล็อก แล้วอย่าลืมชักชวนเพื่อนๆเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกกันนะ

http://hacker2000.aimoo.com



04/23/2009 18:21 PM


admin11
Topic :   ต้องการที่จะปรับลดขนาดภาพของไฟล์ทั้งหมดจะทำไ้ด้อย่างไร

ต้องการที่จะปรับลดขนาดภาพของไฟล์ทั้งหมดจะทำไ้ด้อย่างไร
การนำเสนองานที่ต้องใช้รูปภาพประกอบที่มีจำนวนมากๆส่งผลให้ไฟล์ภาพนั้นมีขนาดใหญ่ตามไปด้วยเรามีวิธี
             ปรับขนาดไฟล์ภาพให้เล็กลงครับ
1.คลิกที่เมนู มุมมอง > แถบเครื่องมือ > รูปภาพ

2. คลิกที่ปุ่ม แล้วจะมีหัวข้อให้ทำการแก้ไขครับ
3. ในหัวข้อนำไปใช้ ให้เลือก รูปภาพทั้งหมดในเอกสาร ในหัวข้อ เปลี่ยนความละเอียด ให้เลือก เว็บ/หน้าจอ แล้วคลิกตกลง




04/23/2009 17:44 PM


admin11
Topic :   การทำสำเนาให้กับวัตถุที่ต้องการ

การทำสำเนาให้กับวัตถุที่ต้องการ
การคัดลอกทำให้คุณสามารถมีสำเนาเพิ่่มมากขึ้นครับ แต่เรามีวิธีที่จะทำสำเนาเพิ่มขึ้น ที่ละหลายๆ สำเนาครับ
1.แดรกเมาส์สร้างเส้นประล้อมรอบรูปที่ต้องการทำสำเนา แล้วจะมีวงกลมเล็กๆ ล้อมรอบทุกรูปที่คุณแดรกไว้


2. คลิกที่ แก้ไข > การทำซ้ำ ครับ

3.คุณก็จะได้สำเนาตามที่คุณต้องการครับ

 



04/23/2009 17:41 PM


adhim
Topic :   บริการ Free Internet ของตำบล หรือห้องสมุด

บริการ Free Internet ของตำบล หรือห้องสมุด
    แหล่งบริการเหล่านี้ ขาดนักคอมพิวเตอร์ดูแล .. เป็นแหล่งล่อแหลมอย่างมาก
    บริการ internet ถูกลงมาก ๆ อย่าง ADSL เหลือเดือนละ 600 บาท หรือบริการ 1222 ก็เสียเพียงครั้งละ 3 บาทต่อ 2 ชั่วโมง ทำให้การใช้บริการอินเทอร์เน็ตเป็นที่แพร่หลายอย่างมาก หน่วยงานท้องถิ่น เช่น อบต. หรือห้องสมุดต่าง ๆ เริ่มให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรีแล้ว แต่เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ที่ชอบเล่นเกม ragnarok มักไม่ไปใช้บริการ พวกเขายอมเสียเงิน 15 บาทต่อชั่วโมง เพราะไม่มีปัญหาเรื่องข้อจำกัด ไม่มีใครมาต่อคิว หรือห้ามปราม
    ปัญหาที่ผมมองเห็น คือ ขาดความความปลอดภัย (Low Security) คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการฟรี มักไม่มีรายได้ เมื่อไม่มีรายได้ ก็จะไม่มีผู้ดูแลที่มีความรู้ และประสบการณ์ด้านคอมพิวเตอร์มากเท่าที่ควร เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ที่ซื้อหนังสือ hacker ตามร้านหนังสือ มาใช้กับเครื่องเหล่านี้ และทดสอบว่า ที่เขียนในหนังสือทำได้จริงหรือไม่ ถ้าไม่หาจากหนังสือ ก็อาจสืบค้นจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เผยวิธีการ hack แบบต่าง ๆ ในหลาย ๆ วิธี ภัยที่เกิดขึ้นไม่อาจคาดคะเนได้ ขึ้นอยู่กับ hacker มือใหม่ว่าพวกเขาต้องการอะไร และที่สำคัญตามจับไม่ได้ด้วยครับ .. เพราะไม่มีกล้องวงจรปิด และคนแปลกหน้าก็เข้าใช้ได้
    วิธีที่น่าจะช่วยให้เครื่องตามแหล่งบริการ ให้ประสบปัญหาจาก hacker มือใหม่มากที่สุดคือ ติดตั้ง reborn card โปรแกรมต่อต้านไวรัส และที่สำคัญที่สุด ต้องใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ ที่ update patch รุ่นใหม่ล่าสุด เพราะห้องสมุดที่ผมพึ่งไปพบมาเขาใช้ windows98 แล้วใช้ ics ในการ share ออกไปยังเครื่องอื่น ๆ (ตอนผมไปใช้ยังเสียว ๆ เลยครับ ว่ามีใครนั่งใช้ sniffer ใน LAN อยู่หรือเปล่า)


04/22/2009 02:39 AM


adhim
Topic :   Win2003 ยังถูก hack

เพราะเชื่อว่าไม่มีใคร hack OS ตัวใหม่ล่าสุด ที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลกได้ .. และละเลย firewall
เพื่อนร่วมงานของผมคนหนึ่ง บอกว่า windows2003 config ง่าย บริการต่าง ๆ ยอดเยี่ยม ผมก็เชื่อเขา แล้วย้ายระบบ web ทั้งหมดไปไว้ใน windows2003 เหลือแต่ระบบ mail กับฐานข้อมูลบางส่วนที่ผมไม่ได้ย้ายไป หลังจากย้ายไปได้เพียง 1 เดือน ผมก็พบอาการผิดปกติคือ ftp เข้าไปแล้วไม่เหมือนเดิม user ของ ftp ใช้ไม่ได้ หลังจากใช้ netstat ตรวจสอบก็พบว่า server พยายามติดต่อกับเครื่องนอกเครือข่ายผ่าน port 445 ซึ่งเป็น port ที่ hacker ใช้กันมาก หลังจากตรวจสอบ ก็พบว่า hacker เข้ามาในเครื่องได้จริง เขาวางโปรแกรมในห้องต่าง ๆ หลาย folder และเป็นโปรแกรมที่ไม่มีทีมงานคนใดใช้
ทีมงานของเรา พยายามลบแฟ้ม และปิดบริการต่าง ๆ ที่ hacker เข้ามาวางไว้ จนในที่สุดผู้ดูแลระบบ windows ของเรา เสนอให้ใช้ firewall ที่มีมากับ windows2003 ปิด port ทั้งหมด แล้วเลือกเปิดที่จำเป็น ทำให้ผมทดสอบ ping เข้าไปที่ server แล้วไม่ตอบสนอง เพื่อความมั่นใจ จึงหาโปรแกรมที่ hacker ใช้มาทดสอบเจาะระบบแบบ remote ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คือ เจาะระบบของตนเองไม่ได้ สรุปได้ว่าตอนนี้ เราใช้ firewall และสั่ง update os อัตโนมัติ


04/22/2009 02:38 AM


adhim
Topic :   วิธีป้องกันตนเอง

วิธีป้องกันตนเอง
  1. sysadmin จะต้องเลิกใช้ telnet และติดตั้ง SSH(Secure Shell) เพื่อป้องกัน sniffer ดักจับ password
  2. sysadmin จะต้องติดตั้ง ssl เพื่อทำให้เว็บของตนให้บริการได้อย่างปลอดภัย ถ้ามีข้อมูลที่สำคัญมาเ ๆ เช่น การรับข้อมูลบัตรเครดิต เป็นต้น แต่ปกติ ssl จะเสียตัง (หลายเว็บจึงบอกว่าไม่เป็นไรมั้ง .. ยังไม่ต้องมี ssl ก็ให้บริการได้)
  3. ผู้ใช้ต้องเลิกใช้ telnet, webbase mail ที่ไม่มี secure login หรือ pop3 เช่น outlook แล้วไปใช้ hotmail.com หรือ yahoo.com แบบ secure login แทน
  4. ผู้ใช้ต้องเลิกใช้ ftp upload แต่หันไปใช้ file manager ที่เว็บมีให้ ต้องเลือกที่บริการ secure login
  5. อย่าคิดมาก คงไม่มีใครมา hack ท่าน เพราะท่านไม่ใช่คนสำคัญ และองค์กรก็คงไม่มีใครเข้ามา hack ได้ ... มั้ง
WinPcap ? [Download]
The Windows Packet Capture Library คือ Library ให้คนอื่นเรียกใช้
WinPcap is the industry-standard tool for link-layer network access in Windows environments: it allows applications to capture and transmit network packets bypassing the protocol stack, and has additional useful features, including kernel-level packet filtering, a network statistics engine and support for remote packet capture.

PromiScan 0.28 (WinPcap Required)
http://www.securityfriday.com/tools/promiscan_sla.html
This is software searches for promiscuous nodes on the local net. It does not create a heavy load on the network. And, PromiScan quickly searches for promiscuous nodes. Finding a promiscuous node is very difficult. In many cases, the result is not certain. The node likely to be a promiscuous node is quickly listed by PromiScan. The listed nodes are clearly visible. And, you can find the nodes that promiscuous mode are not permitted. PromiScan is very useful for security management of a local network.


04/22/2009 02:36 AM


adhim
Topic :   บังเอิญ Hack เพื่อนบ้านผ่าน Wireless

    ระบบความปลอดภัย เครือข่ายไร้สาย (คอลัมน์ ไอทีทะลุโลก)
    หากลองสังเกตการเติบโตของเครือข่ายไร้สายในเมืองไทย จะพบว่ากำลังเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ลองสนทนากับคนที่ขายอุปกรณ์พวกนี้ดูก็จะรู้ได้ และจำนวนไม่น้อยพบกับปัญหาในการติดตั้ง กว่าจะแก้ไขกันได้ก็กินเวลานาน
    มีปัญหาอีกบางอย่างที่หลายคนโดยเฉพาะผู้ใช้ตามบ้านโดยทั่วไปอาจจะมองข้าม นั่นก็คือระบบความปลอดภัยของเครือข่ายไร้สาย เพราะผู้ใช้ที่หันมาใช้เครือข่ายไร้สายภายในบ้านอาจจะขาดความรู้ในเรื่องนี้ หรือไม่ก็เพราะปัญหาเริ่มแรกของการติดตั้งอุปกรณ์ทำให้ลืม
    พื้นฐานอย่างหนึ่งของการติดตั้งเครือข่ายไร้สายในเริ่มแรกมักจะไม่กำหนดระบบป้องกันเอาไว้ โดยอาศัยค่าที่กำหนดมาจากโรงงาน ที่เรียกกันว่าดีฟอลต์ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดปัญหาขึ้น ไม่ได้เกิดจากส่วนอื่นๆ ซึ่งหลังจากใช้ไปได้สักระยะจนมั่นใจแล้วควรที่จะตั้งระบบป้องกัน อย่าปล่อยทิ้งไว้นานด้วยความชะล่าใจ
    เพราะสัญญาณที่ส่งออกจากตัวแม่ไม่ว่าจะเป็นไวร์เลสเราเตอร์หรือแอ็กเซสพอยต์ นั้นสามารถทะลุทะลวงออกไปภายนอกบ้านได้ เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อไม่กี่วันมานี้เรื่องที่บ้านจับสัญญาณได้จากบริเวณใกล้เคียง ซึ่งไม่ได้ตั้งระบบป้องกันเอาไว้ ทำให้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมสามารถมองเห็นฮาร์ดดิสก์ของเครื่องที่ไม่ปรากฏนามดังกล่าวได้ทั้งหมด รวมทั้งสามารถเข้าชอนไชเข้าไปภายในนั้นได้โดยสะดวก ไม่ต้องใช้แม้กระทั่งพาสเวิร์ดอะไรเลย
    ลองคิดดูว่าหากเป็นคนที่มีวัตถุประสงค์ไม่ดีจะเกิดอะไรขึ้น การกลั่นแกล้งหรือการโจรกรรมข้อมูลสามารถเกิดขึ้นได้
    เพราะฉะนั้น เมื่อใช้เครือข่ายไร้สายเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน แต่ละเครื่องควรกำหนดระบบความปลอดภัย อย่างน้อยที่สุดก็คือการตั้งพาสเวิร์ดสำหรับการเข้าถึงฮาร์ดดิสก์ของแต่ละเครื่องเอาไว้ และไม่ควรแชร์ทั้งหมด แต่เลือกเฉพาะบางส่วนที่จำเป็นเท่านั้น
    ขณะเดียวกันการกำหนดให้เครื่องในเครือข่ายเชื่อมต่อกันแบบเฉพาะเจาะจงด้วยค่าแม็กแอดเดรส ก็ควรนำมาใช้อย่างยิ่ง เพื่อกันไม่ให้เครื่องของคนอื่นๆ เข้ามาในระบบได้
    ความจริงมีมากกว่านี้ในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในคู่มือของอุปกรณ์ที่ซื้อมามีบอกเอาไว้หมด เสียเวลาอ่านหรือเรียนรู้เสียหน่อยไม่น่าจะเสียหาย


04/22/2009 02:34 AM


adhim
Topic :   ส่ง Spam และขโมยผ่าน Wireless

ส่ง Spam และขโมยผ่าน Wireless 
          สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ให้บริการ Wireless LAN สำหรับ อาจารย์ นักศึกษา หรือผู้ปกครอง โดยไม่กำหนด WEP(Wired Equivalent Privacy) ให้กับ Access point เพราะให้เหตุผลเรื่องความสะดวก ง่ายต่อการใช้ และให้บริการ การให้บริการแบบไม่มีการป้องกันนี้ ผ่านไปหลายเดือนอย่างไม่มีปัญหา

มีอยู่วันหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งผ่านมาเข้าห้องน้ำในสถาบันแห่งนี้ และพบสัญญาณการให้บริการ Wireless LAN จึงแอบใช้บริการจากรถยนต์ส่วนตัว และใช้บริการ SMTP ส่ง spam ออกไปทั่วโลก เขาใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง แต่สามารถ e-mail ได้ถึง 5 พันฉบับ วันรุ่งขึ้น มี e-mail ตอบกลับมายังผู้ดูแลระบบมากมาย ว่ามีเครื่องในเครือข่ายของสถาบัน มีพฤติกรรมส่ง spam ทำให้ server ของสถาบันถูกขึ้นบัญชีดำ (Black List) และส่ง e-mail ไปไม่ถึงผู้รับมากมาย
หลังจากส่ง spam เสร็จ hacker ก็ตรวจดูรายชื่อคอมพิวเตอร์ และ folder ที่มีการ share ในเครือข่ายทั้งหมด และพบว่ามีบาง folder ไม่ติด password เขาจึง copy ทุกแฟ้ม ทุก folder จากทุกเครื่อง และนำกลับไปเปิดดูตามใจชอบที่บ้าน ซึ่งโชคดีว่าเขาไม่พบอะไรที่สำคัญ สำหรับเขา แต่ถ้ามีใครที่มีข้อมูลสำคัญ และถูกขโมยไปโดยง่ายแบบนี้ ต้องไม่เป็นผลดีต่อผู้เป็นเจ้าของข้อมูลเป็นแน่
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้สถาบันต้องกำหนด Encryption ให้กับ Access point ทั้งหมดในสถาบัน และผู้ใช้ที่เคยใช้ได้ทั้งหมด ต้องนำคอมพิวเตอร์มากำหนด encryption ให้กับ adapter เพื่อให้สามารถ ใช้บริการจาก Access point ที่ให้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ ในสถาบัน ประโยชน์ที่ได้อีกทางหนึ่ง คือสถาบันมีบัญชีรายชื่อผู้ใช้ ที่ใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ผ่าน Wireless LAN ทำให้ง่ายต่อการควบคุม


04/22/2009 02:32 AM


adhim
Topic :   การถูก Hack 3 วิธี

การถูก Hack 3 วิธี
ผมขอใช้คำว่า ขู่ให้กลัว เพราะเรื่องนี้จะไม่กระทบบางท่านที่ไม่สนใจ แต่อาจกระทบบางท่านอย่างชัดเจน เพราะจะบอกว่าระบบ Internet ทุกวันนี้มีจุดบกพร่อง ที่ใหญ่มาก ตอนผมเริ่มศึกษาเรื่องที่ระบบตนเองถูก Hack ก็ต้องตกใจว่าทำไม ระบบส่วนในปัจจุบัน จึงมีช่องโหว่ที่ใหญ่ขนาดนี้ แล้วทำไมผู้คนที่ทราบ จึงไม่ออกมาประกาศกันอย่างจริงจัง ว่าสิ่งที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้ เกิดขึ้นได้ในทุกองค์กร และต้องป้องกัน มิใช่ปลอดให้เกิดขึ้นเช่นนี้
    วิธีที่ 1. Sniffer : ความเดือดร้อนโดยตรงที่ผู้ใช้ได้รับ และผมช่วยไม่ได้
  1. ทุกตัวอักษรที่ท่านพิมพ์ผ่าน browser จะถูก Hacker มองเห็นหมด ถ้าเขาคิดจะทำ และอยู่ในระบบ LAN วงเดียวกับท่าน และเว็บที่ท่านส่งข้อมูลไม่มีบริการ SSL รองรับ ซึ่งมีเว็บมากกว่า 80% ที่ยังไม่มี ssl ไว้บริการ (ตัวเลขนี้ประมาณ เพราะเห็นบริการ ssl น้อยมาก ถ้าไม่ใช้ e-commerce)
  2. Netscape mail, Outlook, Eudora ที่ใช้บริการ POP3 ทุกครั้งที่ท่านเปิด get mail ใหม่ Hacker จะสามารถเห็นรหัสผ่าน และข้อมูลใน mail ทุกฉบับที่ท่านได้รับ ซึ่งมักเป็นคนในระบบเครือข่ายของท่าน แต่คนนอกก็ทำได้ ถ้า Server ที่ท่านเปิดบริการ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ hack คนในองค์กรซะเอง
  3. Telnet เป็นระบบที่ผมทดสอบ hack ตัวแรก ทุกครั้งที่ท่านพิมพ์อักษรใน telnet hacker จะเห็นหมด และเห็นทีละตัวอักษร ไม่ได้เห็นเป็นชุด ๆ แบบข้อมูลใน Browser
  4. เกือบทุกฟรี e-mail ในไทย ยังไม่มี ssl ดังนั้นทันทีที่ท่าน พิมพ์ username และ password hacker ในร้าน net จะจับข้อมูลของท่านได้หมดว่าใช้อะไร
  5. hotmail.com หรือ yahoo.com จะปลอดภัยเฉพาะหน้าแรก ส่วนหน้าที่เหลือ hacker จะเห็นหมด และหน้าแรกจะปลอดภัย ต่อเมื่อท่านเลือกที่จะรักษาความปลอดภัยเท่านั้น
Sniffer คือโปรแกรมที่ hacker ใช้จับ package ที่ส่งกันไปมาใน Internet เมื่อก่อนผมเข้าใจว่าต้อง run เฉพาะใน server ประเภท unix เท่านั้น แต่คุณประเสริฐ ไปหามาให้ผมได้ลอง ซึ่งสามารถใช้งานบน windows และมี option ให้เลือกจับ switch ได้ด้วย (จับ switch ผมยังไม่ได้ทดสอบ เพราะในระบบไม่มีใช้)
เช่น นักเรียนประถม 4 ที่มีพี่เรียนในมหาวิทยาลัย แนะนำให้นำโปรแกรมขนาด 30 Mb ใช้เวลา install บน windows แบบ click อย่างเดียว ไม่ถึง 10 นาที ไป install ในเครื่องที่โรงเรียน โปรแกรมนี้สามารถเลือกจับเป็นเครื่องได้ ว่าต้องการจับเครื่องใด หรือ switch ตัวใด ทันทีที่ครูใช้ telnet เข้าไปใน server เครื่องใดก็ตาม เด็กป.4 คนนั้นก็จะทราบรหัสผ่าน su ได้ทันที .. ต่อจากนั้นก็แล้วแต่โชคชะตาของ server หละครับ (ตัวอย่างครับ แค่ตัวอย่าง)
ถึงแม้ sniffer จะป้องกันยาก แต่ก็ป้องกันได้ด้วย ssh และ ssl ท่านสามารถหารายละเอียดได้จากเจ้าของระบบปฏิบัติการ ว่ามีโปรแกรมสนับสนุน 2 มาตรฐานดังกล่าวอย่างไร ในส่วนของ ssl ที่ผู้บริการไม่ค่อยนำมาใช้ เพราะโดยปกติ ต้องเสียเงินซื้อ
พบโปรแกรม ของ Cain & Abel v2.9 เป็น Sniffer ที่เพื่อนผมทดสอบ และก็ทำงานได้จริงในเครือข่ายที่ใช้ Hub [Download. 5 MB]
ผู้ดูแลอาจนำไปทดสอบระบบของตนเองว่าปลอดภัยหรือไม่ .. แต่เป็นดาบสองคม ถ้าผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปใช้ในเครือข่ายที่ไม่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
.
วิธีที่ 2. Frontal attack
โจมตีแบบตรง ๆ ให้ Server ล้ม ซึ่งเคยมีข่าวว่า hacker ได้ใช้ server ทั่วโลกที่ยึดได้ ส่งคำสั่งโจมตีไปที่ yahoo.com จนทำให้ server ของเขา ต้องปิดบริการไปชั่วขณะ นี่เป็นเพียง case หนึ่ง เพราะมีวิธีอีกมากมายที่จะทำให้ server หยุดบริการไป แต่ปัญหานี้อาจไม่ร้ายแรงสำหรับผู้ที่ทำ server ที่ไม่เป็นธุรกิจ เพราะหลังจากล่มไป ก็ boot ใหม่ หรือเข้าไปหาสาเหตุ และก็แก้ไขไปตามนั้น ก็สามารถกลับมาบริการได้เหมือนเดิม เพราะผู้ที่โจมตีจะต้องมีเครื่อง และก็ต้องใช้เครื่องให้ทำงานหนัก แต่ผมการโจมตีคือการก่อกวน ไม่ได้เป็นการยึด site ผลการโจมตีแบบนี้ แค่ก่อความรำคาญเท่านั้น
วิธีที่ 3. Exploiting a security bug or loophole
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับ sysadmin เพราะระบบทุกระบบที่มีอยู่จะมีตั้งแต่ตอบติดตั้งระบบเสร็จ ทันที่ที่ติดตั้งเสร็จ ระบบก็มีจุดบกพร่องที่จะให้ hacker เข้ามาในระบบในฐานะ superuser ได้ ผู้ดูแลจะต้องหาโปรแกรมมา update ให้ทันสมัย เมื่อสมบูรณ์แล้ว ก็ต้องหมั่นเข้าไปอ่านข่าวใน internet เช่นที่ securityfocus.com เพราะถ้า hacker ทราบวิธีเจาะระบบ ซึ่งเป็นวิธีใหม่ที่พบกันเกือบทุกเดือน ก่อนท่าน update ระบบของท่านก็จะถูก hack ได้ทันที มีข่าวอยู่บ่อย ที่ระบบใน server ระดับโลกถูก hack เช่น apache.org, sourceforge.net, isinthai.com เป็นต้น โดยเฉพาะ isinthai.com ผมเขียนเหตุการเกี่ยวกับการถูก hack ไว้ 10 กว่าครั้ง ซึ่งอาจถึง 20 ในไม่ช้าก็ได้ เพราะปัญหาของการไม่ upgrade ระบบให้ทันกับความรู้ของ hacker


04/22/2009 02:30 AM


adhim
Topic :   ไม่มีใครปลอดภัย

ผู้ดูแลระบบมักคิดว่าติดตั้งเครื่องเสร็จแล้วเป็นเสร็จ .. แต่ผมว่านั่นคือการเริ่มเปิดประตูปัญหาเท่านั้น
Sysadmin มากมายไม่ทราบว่าระบบของตนมีจุดบกพร่อง เพราะมี sysadmin น้อยคนที่จะทำงานด้านดูแลระบบเพียงอย่างเดียว และมีเวลาเหลือพอ ที่จะติดตามข่าวสาร ผมว่าส่วนใหญ่ต้องมีงานล้นมือ เพียงทำให้ระบบเดิมได้ ก็พอใจกันแล้ว เช่น sysadmin ในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ต้องสอน เขียนโปรแกรม พัฒนาเว็บ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา รับเป็นวิทยากร เขียนตำรา ถ้าทำขนาดนี้ คงไม่มีเวลาศึกษาว่าระบบของตนมีจุดบกพร่องอะไรบ้าง และถ้าไม่เคยถูก hack มาก่อน ก็จะเข้าใจว่าระบบของตน สุดยอดปลอดภัย เหมือนบ้านที่ขโมยไม่เคยขึ้น แต่ถ้าบ้านใดขโมยขึ้นครั้งหนึ่ง เจ้าของก็จะเริ่มหากุญแจ หรือวิธีการ มาปกป้องบ้านของตนมากขึ้น
จากการติดตามข่าวจาก securityfocus.com ทำให้มีข่าวพบจุดบกพร่องของระบบ ในเกือบทุกระบบปฏิบัติการอยู่ทุกเดือน ดังนั้น Server ที่ปลอดภัยในวันนี้ จึงอาจถูก hack ได้ในวันรุ่งขึ้น ถ้า sysadmin ไม่หมั่นติดตามข่าว และหาโปรแกรมมา upgrade ระบบของตน
ถ้า server ไม่ปลอดภัย ก็จะรวนกันไปทั้งระบบ ตั้งแต่ข้อมูลไม่เป็นความลับ hacker เข้ามาเปลี่ยนรหัส ขโมยทุกอย่างที่ท่านมีอย่างง่ายดาย บางระบบ hacker เข้าไม่ได้ แต่เปิดช่องซึ่งเป็นจุดอ่อนที่จะทำให้ระบบล้มไป ถ้า hacker บางท่านว่าง ๆ หรือชอบลอง ก็มักจะมาทำให้ระบบล่มไป และ internet ที่เคยใช้ได้ทั้งองค์กร ก็จะกลายเป็นอัมภาตไปชั่วขณะ .. นี่คือความหายนะเล็ก ๆ เท่านั้น (นี่คือตัวอย่างเล็กน้อย เพราะที่สำคัญผมไม่อยากกล่าวถึง เกรงจะเป็นการแนะวิธี ในการสร้างปัญหาให้ผู้คน และระบบ)
สรุปได้ว่า : ไม่มีใครปลอดภัย เพราะการสร้างระบบ internet ขึ้นมาครั้งแรก ผู้สร้างไม่คิดว่า internet จะไปได้ไกลขนาดนี้ หรือจะมี hacker ที่สร้างโปรกรมดักจับข้อมูล (Data package) ไปใช้ประโยชน์ต่อตนเอง แต่จะโทษผู้ออกแบบก็ไม่ถูก เพราะเมื่อ 20 ปีก่อน ใครจะไปคิดว่าผู้คนจะนิยม internet มากขนาดนี้ เมื่อก่อนแค่อ่าน mail อ่าน usenet news ก็เต็มที่แล้ว เมื่อผู้คนนิยมกันมากขึ้น ก็นำ internet เข้าบ้าน เข้าโรงเรียนมากขึ้น แต่ระบบเดิมส่งข้อมูลกันแบบ plain text ไม่ได้ทำการ encrypt ข้อมูลก่อนส่ง ด้วยหลักการอย่าง ssl หรือ ssh จึงทำให้เรื่องของความปลอดภัย เป็นเรื่องที่ sysadmin จะต้องศึกษาให้มากขึ้น มิเช่นนั้นก็จะมีเหยื่อรายใหม่ของ hacker หรือ sysadmin อาจเป็นเหยื่อซะเอง สำหรับผมเป็นมาแล้ว และไม่อยากให้เราคนไทย ต้องเป็นเหยื่อของความไม่รู้ และถูกคนที่มีความรู้ใช้ความรู้อย่างไม่ถูกต้อง มาทำร้ายเอา


04/22/2009 02:28 AM

Latest 10 Hot Threads   (threads containing 10 posts or more)
Author
Message
Replies
Views
Date

adhim
2 43 10/18/2009 08:49 AM

adhim
1 43 10/21/2009 09:28 AM

Aimoo Team
0 13 04/21/2009 19:45 PM

adhim
0 9 04/22/2009 02:28 AM

adhim
0 56 04/22/2009 02:30 AM

adhim
0 37 04/22/2009 02:32 AM

adhim
0 102 04/22/2009 02:34 AM

adhim
0 42 04/22/2009 02:36 AM

adhim
0 21 04/22/2009 02:38 AM

adhim
0 28 04/22/2009 02:39 AM
100% satisfiction sale for wii accessories,the lowest price at $0.99.
Sign Up | Create | About Us | SiteMap | Features | Forums | Show Off | Faq | Help
Copyright © 2000-2009 Aimoo Free Forum All rights reserved.